ผลิตภัณฑ์อาหารปลา


ปรับปรุงข้อมูล : 7/12/2561 9:53:49     อ่าน : 210

โครงการนวัตกรรมระบบการผลิตปลาลูกผสมบึกสยามแม่โจ้สู่อินทรีย์เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจและชุมชน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : รองศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์  เม่งอำพัน

หลักการและเหตุผล :

     จากกระแสที่ผู้บริโภคหันมาสนใจสุขภาพและมีแนวโน้มความต้องการอาหารและของใช้ต่างๆ ที่ปลอดภัยหรือที่ผลิตด้วยระบบอินทรีย์ โดยเฉพาะอาหารสุขภาพมีความต้องการมากขึ้นตามลำดับ จึงมีการนำเข้าแปรรูปปลาหนังน้ำจืดปีละ 3 หมื่นล้านบาท และตลาดต่างประเทศกว่า 1 ล้านตัน (กรมศุลกากร 2557) ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำทางการแปรรูปอาหารจากทรัพยากรทางน้ำของโลก มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรทางทะเล จากน้ำจืดมีประมาณ หลายพันล้านบาท และมียังมีน้อยมากในการแปรรูปอินทรีย์ในสัตว์น้ำจืด ทั้งที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ โครงการนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่มีความสำคัญและมีมูลค่าเพิ่มที่มีประโยชน์อย่างมาก ในทรัพยากรทางน้ำ ในแต่ละชนิดมีความแปรปรวนในองค์ประกอบตามชนิด จึงมีการเก็บรักษาและแปรรูปเพิ่มมูลค่าไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปสัตว์น้ำเน่าเสียเร็วกว่าอาหารสดอื่นๆ และเกี่ยวข้องกับอันตรายสำคัญๆ ที่จะเกิดกับสุขภาพมากว่าการรักษาคุณภาพไว้จึงมีความสำคัญมาก โดยการนำทรัพยากรเหล่านี้มาทำการแปรรูปเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา เพิ่มมูลค่าและยังคงความเป็นวัตถุดิบที่สด สะอาด อร่อย ปลอดภัย ซึ่งการจัดตั้งโรงงานแปรรูปทรัพยากรทางน้ำ สู่ผลิตภัณฑ์อินทรีย์เพื่อวิสาหกิจชุมชนนำร่อง จะเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งที่รองรับวัตถุดิบที่จะไปเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ ที่ผู้บริโภคสนใจ เป็นอาหารสุขภาพและอาหารเสริมได้ ตลอดจนสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากกว่า 100-500 เปอร์เซ็นต์ ลดของเสียจากการผลผลิต ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้เกือบทั้งหมด เพิ่มการแข่งขันและช่องทางการตลาดให้กับชุมชน เพื่อต่อยอดสู่วิสาหกิจ
     จากยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่มีเป้าหมายสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยการใช้องค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่ Thailand 4.0 เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการสร้างและพัฒนาบุคลากรทางด้านการวิจัยและปัจจัยพื้นฐานทางการวิจัยที่มีคุณภาพ นำสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองตามความต้องการของทุกภาคส่วนตั้งแต่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาดและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ปลาลูกผสมบึกสยามแม่โจ้ได้รุ่นที่ 2 ในปี 2555 และปลาลูกผสม Silver Catfish ในปี 2557 จากการเพาะเลี้ยงในบ่อดินได้ครั้งแรกของโลก จนสามารถผลิตลูกปลาได้เพียงพอกับความต้องการเพื่อพัฒนาอาชีพในระดับชุมชน โดยได้นำลูกปลาไปทำการเลี้ยงในระดับชุมชนจนสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพได้สำเร็จในระดับหนึ่ง สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างเป็น Brand ของประเทศได้ในตลาดชั้นดี Premium grade ได้ จนสามารถส่งผลงานไส้กรอกปลาที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 6 และ 9 ได้รางวัล Silver Medal และ Special Award และ Special Award จาก Korea Invention Academy ในงาน International Warsaw Invention IWIS 2014, Warsaw Poland และส่งผลงานนวัตกรรมระบบการผลิตและการเพิ่มมูลค่าปลาหนังลูกผสมเพื่อชุมชน งานแสดง: The 8 th European Exhibition of Creativity and Innovation 2016 (EURO INVENT) วันที่ 19-21 พ.ค. 2559 ที่ประเทศโรมาเนีย หัวข้อในเข้าประกวด : Innovative Aquaculture System on Hybrid Catfish Production for Community: HCPC system. ได้รับรางวัล Excellence Diploma และ Special Price ของ Banat’s University of Agriculture Sciences and Veterinary Medicine “KING MICHAEL The 1 st of ROMANIA” จาก Timisoara และรางวัล Gold Medal ของงาน EURO INVENT ประเทศโรมาเนีย รางวัล Special Award ของ Association of Polish inventors and Rationalizers และรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ รางวัล "Platinum Award" จากงาน Thailand Research Expo 2016 เรื่อง นวัตกรรมระบบการผลิต และการเพิ่มมูลค่าปลาหนังลูกผสมเพื่อชุมชน การแปรรูปเพิ่มมูลค่ายังสามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลโครงการ อุตสาหกรรมอาหารเกษตรอินทรีย์ของ จ. เชียงใหม่ Northern Food Valley
     นอกจากนี้ทีมงานยังได้นำสาหร่ายน้ำจืด เช่น สาหร่ายเตาและสาหร่ายไก ที่ชาวบ้านในภาคเหนือนิยมนำมารับประทานเป็นอาหารพื้นบ้านในรูปแบบต่างๆ ได้ถูกนำมาพัฒนาและเพิ่มมูลค่ามาอย่างต่อเนื่องโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งพบฤทธิ์ชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวพรรณ ได้แก่ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ให้ความชุ่มชื้นผิว ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำ และมีคุณสมบัติในการก่อเจลได้ดี ดังนั้นสาหร่ายน้ำจืดทั้ง 2 ชนิดนี้ จึงมีศักยภาพที่จะนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง จนได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Prize) จาก Korean Intellectual Property Office (KIPO) และ Korea Women Inventors Association (KIWIA) รางวัลพิเศษ (Special prize) จาก Commissioner Kim Yong-min of Korean Intellectual Property Office (KIPO) จากการเข้าประกวดผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์สตรีในงานระดับนานาชาติ Korea International Women’s Invention Exposition 2013 (KIWIE 2013) ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนที่เพาะเลี้ยงสาหร่ายแล้ว ยังช่วยในด้านสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยจาการทำเกษตรอินทรีย์อีกด้วย อย่างไรก็ตามสาหร่ายที่เลี้ยงในระบบผลิตแบบอินทรีย์ยังมีน้อยมาก และมีคุณภาพไม่แน่นอน ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นโครงการนำร่องในการผลิตสาหร่ายเตาอินทรีย์เพื่อเป็นรูปแบบให้เกษตรกรผู้สนใจนำไปผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ โดยผลผลิตที่ได้จากโครงการนี้จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอาหารสุขภาพ เป็นการนำเอาสาหร่ายพื้นบ้านมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตสาหร่ายที่มีคุณภาพได้เพียงพอต่อความต้องการในระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติทางด้านเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาส อาชีพ และรายได้อย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสาหร่ายและการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนได้อีกด้วย ประกอบกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านเกษตรและประมงมาอย่างช้านาน อีกทั้งยังมีนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่การเป็น Organic, Green and Eco University อีกด้วย
     โครงการอินทรีย์สืบเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 มีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทั้ง 2 ครั้ง มีเนื้อหาหลัก 4 เรื่อง คือ การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลาลูกผสมบึกสยามแม่โจ้ การพัฒนาสูตรอาหารปลาให้มีคุณภาพส่งผลต่อคุณภาพเนื้อของปลาที่ดี เช่น มีไขมันแทรกในเนื้อน้อย เนื้อแน่น สีเนื้อขาวอบชมพู รสชาติอร่อย และไม่มีกลิ่นโคลน การเพิ่มมูลค่าก้อนไขมันปลาเพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้เป็นน้ำมันปลา สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ เช่น ลิปสติก หรือผสมในอาหารปลา และการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น ไส้อั่วสุขภาพ โดยการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีข้อดีคือ ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเอง มีเอกสารประกอบการอบรมที่ชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติเองที่บ้านได้ อีกทั้งผู้ที่เข้าร่วมอบรมได้ทดสอบคุณภาพของเนื้อปลาลูกผสมบึกสยามฯ ด้วยตนเอง จากการรับประทานอาหารกลางวันของทีมวิจัยที่จัดให้ 3 วัน ได้แก่ สเต็ก ขนมจีนน้ำยา ทอดกระเทียม และผัดฉ่า จากเนื้อปลาลูกผสมบึกสยามฯ ตลอดจนมีการเปิดโอกาสให้สอบถามข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะ และสรุปการบรรยายหรือปฏิบัติการทุกครั้งหลังการอบรมในแต่ละวัน เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรม พบว่าผู้ที่ผ่านการเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการมีการนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อยอดเพื่อการใช้ประโยชน์ ได้แก่ ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหาร ผู้ประกอบการร้านอาหาร ชุมชน เกษตรกร และผู้ที่สนใจ โดยบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้นำเนื้อปลาไปพัฒนาเป็นเมนูอาหาร ได้แก่ ปลาทอดกระเทียม ผัดฉ่า และต้มยำ ตลอดจนผู้ประกอบการ ร้านสเต็กคาวบอย แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้พัฒนาและตั้งเป็นเมนู “สเต็กปลาลูกผสมบึกสยามฯ” เป็นเมนูแนะนำของร้าน อีกทั้งเกษตรกรชุมชนหนองมะจับมีการนำเนื้อปลาลูกผสมบึกสยามฯ ไปพัฒนาเป็นเมนูอาหาร เช่น แกงฮังเล และข้าวเกรียบปลา เป็นต้น นอกจากการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าปลาลูกผสมบึกสยามฯ ผู้เข้าร่วมอบรมบางส่วนยังมีความสนใจในเรื่องการเลี้ยงปลาลูกผสมบึกสยามฯ ทั้งในบ่อดินละกระชัง โดยได้ลงทะเบียนเป็นเกษตรกรในเครือข่าย และรับลูกพันธุ์ปลาลูกผสมบึกสยามฯ ไปเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกด้วย และมีผู้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์จริง จำนวน 13 คน บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และมีคุณค่านำไปสู่การพัฒนาการเลี้ยงปลาให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่เน้นเรื่องอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิงแวดล้อม การแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากปลา สร้างผู้ประกอบการด้านอาหาร และสนับสนุนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมอาหารได้ในอนาคต
     ในปี 2560 ดำเนินโครงการระบบการพัฒนาและการเพิ่มมูลค่าอาหารสัตว์น้ำอินทรีย์ ผลการดำเนินโครงการ พบว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เหมาะสมต่อผู้บริโภคสัตว์น้ำอินทรีย์ จำนวน ๕ ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไส้อั่ว 62 กิโลกรัม ไส้กรอก 10 กิโลกรัม ปลาแล่เนื้อ 1,000 กิโลกรัม ปลาส้ม 500 กิโลกรัม และปลาอบสมุนไพร 1 กิโลกรัม มีการจัดนิทรรศการ 8 ครั้ง เช่น การจัดนิทรรศการด้านการเลี้ยงปลาแบบครบวงจร ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า วันที่ 31 สิงหาคม 2560 โดยได้ยื่นรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารสัตว์น้ำ ดำเนินการขอมาตรฐานการเลี้ยงปลาที่ดีของเกษตรกร จำนวน 4 ราย ได้แก่ อ.ดอนสะเก็ด 1 ราย อ.สันทราย 2 ราย และ อ.แม่แตง 1 ราย อีกทั้งยื่นขอมาตรฐานอินทรีย์ 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ อาหารปลา และปลาลูกผสมบึกสยามฯ ตลอดจนมีคู่มือเอกสารแนะนำที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ 3 เรื่อง (รวมแผ่นพับ) และดำเนินการเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจและเกษตรกรที่เข้ารับการอบรม วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 จำนวน 70 คน ส่วนการยื่นจดลิขสิทธิ์และอนุสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์อาหารปลา 1 ชิ้นงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารปลาผสมน้ำมันปลาน้ำจืด 1.5 เปอร์เซ็นต์ กับสาหร่ายเตา 10 เปอร์เซ็นต์ สรุปการดำเนินโครงการระบบการพัฒนาและการเพิ่มมูลค่าอาหารสัตว์น้ำอินทรีย์ ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์ จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 คิดเป็น 66.51 เปอร์เซ็นต์ (รวมการเบิกจ่ายงบประมาณและผลผลิตหรือเป้าหมายของโครงการฯ) และผู้รับบริการ/หน่วยงาน/องค์กรที่ได้รับบริการวิชาการและวิชาชีพต่อประโยชน์จากการบริการ มีความพึงพอใจ คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์
     การดำเนินโครงการนวัตกรรมระบบการผลิตปลาลูกผสมบึกสยามแม่โจ้สู่อินทรีย์เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจและชุมชน ประจำปี 2561 กำหนดเป้าหมายสอดคล้องประเด็นยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย การบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มสมรรถนะของชุมชนและการสนองงานโครงการในพระราชดำริ เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกระดับ พัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการตาม Roadmap และร้อยละของโครงการบริการวิชาการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยระยะ 15 ปี (Go-Eco-U) ดังนั้น เพื่อให้โครงการการพัฒนาและการเพิ่มมูลค่าอาหารสัตว์น้ำอินทรีย์ ประจำปี 2561 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการ จึงจำเป็นต้องดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งเสริมเกษตรกรในเครือข่ายการผลิตปลาอินทรีย์ และเกษตรกรผู้เพาะสาหร่ายบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ และลดผลกระทบด้านวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าอาหารสัตว์น้ำอินทรีย์ในอนาคตได้

วัตถุประสงค์ :

  1. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป เพิ่มมูลค่าสู่อาหารสำหรับอนาคต (สำหรับผู้สูงอายุ) และสร้าง Brand ของผลิตภัณฑ์ โดยเน้นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อินทรีย์เพื่อสุขภาพ จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ปลาแดดเดียว ปลารมควัน ปลาแล่เนื้อ อาหารปลาผสม supper premix และลูกพันธุ์ปลา
  2. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบสัตว์น้ำอินทรีย์ที่มีความเป็นเลิศด้านปลาบึกให้แก่ชุมชน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในด้านบริการวิชาการให้ชุมชน การเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต
  3. ผู้บริโภคได้มีอาหารสัตว์น้ำแปรรูปอินทรีย์และสุขภาพดีขึ้น
  4. สร้างความมั่นคงทางอาหารและวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนส่งเสริมโครงการตลาด 2477 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ Northern Food Valley ของจังหวัด และอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์ จ.เชียงใหม่
  5. เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผลิตภัณฑ์อาหารปลาและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารปลาจากผลพลอยได้การแปรรูปเนื้อปลาอินทรีย์อย่างน้อย 1 ชนิด

 

เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาลูกผสมบึกสยามแม่โจ้ :

1) เกษตรกร /ชุมชน บ้านหนองมะจับ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
2) กลุ่มผู้ประกอบอาชีพเพื่อลดการนำเข้า สถาเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต.แม่แฝก จ.เชียงใหม่
3) ชุมชนบ้านหนองมะจับ ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
4) ชุมชนบ้านเจดีย์แม่ครัว ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
5) วีระกรฟาร์ม ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
6) สมหมายฟาร์ม ต.สันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
7) เทวินฟาร์ม ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

 

ติดต่อโครงการ :

สนใจลูกพันธุ์ปลา ติดต่อ 0818837925,0882510739

Facebook: ฐานเรียนรู้ปลาบึกและปลาลูกผสมบึกสยามแม่โจ้